ตรวจสอบคู่ค้าก่อนทำสัญญา: 10 เรื่องที่ควรเช็กจากข้อมูลสาธารณะ
โดยทีมงาน ThaiDataCorp · ปรับปรุงล่าสุด 19 ตุลาคม 2569 · อ่านประมาณ 7 นาที
ก่อนโอนเงินมัดจำ สั่งสินค้าล็อตใหญ่ หรือจ้างผู้รับเหมา การใช้เวลาไม่กี่นาทีตรวจสอบว่า “บริษัทที่เรากำลังจะทำธุรกิจด้วย” มีตัวตนจริงและมีประวัติเป็นอย่างไร ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก ข้อมูลส่วนใหญ่ที่จำเป็นเป็นข้อมูลสาธารณะที่ตรวจได้ฟรี บทความนี้รวบรวมสิ่งที่ควรเช็กพร้อมวิธีอ่านผลอย่างถูกต้อง
1. เลขทะเบียนนิติบุคคลตรงกับชื่อที่อ้างหรือไม่
ขอเลขทะเบียนนิติบุคคล 13 หลักจากคู่ค้า (ปกติอยู่ในใบเสนอราคา ใบกำกับภาษี หรือหนังสือรับรอง) แล้วนำไปค้นหาด้วยตัวเอง ชื่อที่ได้ต้องตรงกับชื่อที่คู่ค้าใช้ติดต่อเรา หากชื่อต่างกันเล็กน้อย อาจเป็นเพราะบริษัทเปลี่ยนชื่อ ให้ดูประวัติการเปลี่ยนแปลงประกอบ หากชื่อต่างกันมากหรือค้นไม่พบ ควรสอบถามก่อนดำเนินการต่อ
2. สถานะยังดำเนินกิจการอยู่หรือไม่
บริษัทที่จดทะเบียนเลิก ร้าง หรืออยู่ระหว่างชำระบัญชี ไม่ควรรับงานใหม่ตามปกติ ดูความหมายของแต่ละสถานะได้ในคู่มือสถานะนิติบุคคล
3. อายุกิจการสอดคล้องกับสิ่งที่อ้างหรือไม่
บริษัทที่บอกว่า “ทำธุรกิจมา 20 ปี” แต่เพิ่งจดทะเบียนเมื่อไม่กี่เดือนก่อน อาจมีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล เช่น เคยประกอบกิจการในนามบุคคลมาก่อน หรือตั้งบริษัทใหม่แยกจากบริษัทเดิม แต่ควรถามให้ชัด บริษัทเปิดใหม่ไม่ได้แปลว่าไม่น่าไว้ใจ เพียงแต่ยังมีประวัติให้ตรวจสอบน้อย
4. ทุนจดทะเบียนเหมาะกับขนาดงานหรือไม่
ทุนจดทะเบียนไม่ใช่เงินสดที่บริษัทมีอยู่ แต่บอกขนาดที่ผู้ก่อตั้งตั้งใจไว้ได้ระดับหนึ่ง งานมูลค่าหลายสิบล้านบาทกับบริษัททุนไม่กี่แสนบาท ควรขอหลักฐานความสามารถเพิ่ม เช่น ผลงานที่ผ่านมา หรือหนังสือค้ำประกันจากธนาคาร อ่านเพิ่มได้ที่ทุนจดทะเบียนกับทุนชำระแล้วต่างกันอย่างไร
5. จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือไม่
ถ้าคู่ค้าจะออกใบกำกับภาษีให้เรา เขาต้องจดทะเบียน VAT ก่อน ตรวจได้ว่าเลขผู้เสียภาษีอยู่ในทะเบียนของกรมสรรพากรหรือไม่ และจดตั้งแต่เมื่อไร รายละเอียดอยู่ในคู่มือภาษีมูลค่าเพิ่ม
6. ที่อยู่จริงหรือที่อยู่จดทะเบียนร่วม
ดูว่าที่อยู่สำนักงานใหญ่ตรงกับที่คู่ค้าแจ้งหรือไม่ และมีนิติบุคคลอื่นจดที่อยู่เดียวกันจำนวนมากหรือเปล่า ที่อยู่ร่วมพบได้ปกติ เช่น อาคารสำนักงานให้เช่า หรือสำนักงานบัญชีที่ให้บริการรับจดที่อยู่ แต่ถ้าจะส่งสินค้าหรือเข้าไปตรวจหน้างาน ควรยืนยันสถานที่ประกอบการจริง ซึ่งอาจเป็นสาขาที่จดไว้กับกรมสรรพากร
7. ประเภทธุรกิจตรงกับสิ่งที่ขายหรือไม่
ประเภทธุรกิจ (TSIC) และวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนควรสอดคล้องกับสินค้าหรือบริการที่คู่ค้าเสนอ เช่น จ้างผู้รับเหมาก่อสร้าง แต่บริษัทจดเป็นร้านอาหาร ก็ควรถามเหตุผล ดูคู่มือประเภทธุรกิจ TSIC
8. มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญเมื่อเร็ว ๆ นี้หรือไม่
การเปลี่ยนชื่อ ย้ายที่ตั้ง หรือเปลี่ยนประเภทธุรกิจบ่อย ๆ ในช่วงสั้น ๆ ไม่ใช่ความผิด แต่เป็นสัญญาณที่ควรถามเพิ่ม บน ThaiDataCorpดูได้ที่ส่วน “ประวัติการเปลี่ยนแปลง” ของหน้าบริษัท และติดตามการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดได้ที่ความเคลื่อนไหวนิติบุคคล
9. ผลงานกับภาครัฐและมาตรฐานสินค้า
ถ้าคู่ค้าอ้างว่าเคยทำงานให้หน่วยงานรัฐ ตรวจได้จากข้อมูลสัญญาในระบบ e-GP ส่วนสินค้าควบคุม เช่น สายไฟ หมวกกันน็อก หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องได้รับใบอนุญาต มอก. ดูคู่มืองานภาครัฐและคู่มือ มอก.
10. ขอเอกสารทางการเมื่อมูลค่างานสูง
ข้อมูลบนเว็บไซต์รวบรวมจากข้อมูลเปิดของหน่วยงานรัฐ อาจไม่เป็นปัจจุบันทุกรายการ สำหรับงานมูลค่าสูงหรือเมื่อต้องใช้เป็นหลักฐาน ควรขอหนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุด และตรวจรายชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ดูวิธีขอหนังสือรับรองบริษัท
สรุป: ใช้ข้อมูลเป็นจุดเริ่ม ไม่ใช่คำตัดสิน
ไม่มีข้อใดในรายการนี้ที่บอกได้ทันทีว่าบริษัท “ดี” หรือ “ไม่ดี” ข้อมูลสาธารณะช่วยให้เรารู้ว่าควรถามอะไรเพิ่ม และเก็บหลักฐานการตรวจสอบไว้ประกอบการอนุมัติ บนหน้าบริษัทแต่ละแห่งใน ThaiDataCorp มีกล่อง “ตรวจสอบคู่ค้าโดยย่อ” และพิมพ์รายงานตรวจสอบเป็น PDF ได้ (สมาชิกใช้ฟรี) เริ่มได้จากค้นหาบริษัท
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษี ระเบียบและขั้นตอนของหน่วยงานรัฐอาจเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง · พบข้อผิดพลาด? แจ้งเรา
